แม้จะเป็นคนที่กลัวการศัลยกรรมแต่เมื่อปัญหาผิวหน้าชัดขึ้นตามวัย การตัดสินใจดูแลตัวเองอย่างจริงจังก็กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จะพาไปฟังประสบการณ์ตรงของคุณดี้ ปัทมา กับการดึงหน้าครั้งสำคัญที่เปลี่ยนความกังวลใจให้กลายเป็นความมั่นใจอีกครั้ง
ทำไมถึงตัดสินใจทำโปรแกรมดึงหน้าทั้งที่กลัวการศัลยกรรม
บอกตรง ๆ เลยว่าดี้เป็นคนกลัวการทำศัลยกรรมมากพอสมควร ก่อนหน้านี้เคยคิดอยากทำตั้งแต่อายุประมาณ 50 ปีแล้วเพราะเริ่มกังวลเรื่องใต้ตาแต่ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจสักที แถมลูกสาวเองก็ยังไม่ค่อยอยากให้ทำด้วย เลยปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ
จนตอนนี้อายุ 57 ปีแล้ว (ตอนเข้ารับการทำโปรแกรมดึงหน้า) รู้สึกได้ชัดเลยว่าปัญหามันเพิ่มขึ้นเยอะโดยเฉพาะบริเวณลำคอที่เหี่ยวเร็วกว่าคนไทยวัยเดียวกัน อาจเพราะดี้เป็นลูกครึ่งผิวเลยแสดงอายุไวกว่าเพื่อน ๆ พอมองกระจกแล้วเริ่มรู้สึกว่าถ้าจะทำทั้งทีอยากทำให้จบทีเดียวดูแลทั้งหน้าไปเลย
เลยหาข้อมูลศึกษาเรื่องการดึงหน้าทั้งในประเทศและต่างประเทศจนได้มาเจอคุณหมอสมบูรณ์ ไหวพริบ (ว. 22713) ที่ APEX ค่ะ พอได้ปรึกษาแล้วเราโอเคไว้ใจกับคุณหมอแถมลูกสาวก็โอเค เลยตัดสินใจทำค่ะ

รีวิวผลลัพธ์หลังทำ 3 ระยะ เป็นอย่างไรบ้าง
หลังครบ 17 วัน
ครบ 17 วันแล้ว (วันที่ 23/12/2567) บอกตามตรงเลยว่าหน้ายังมีบวมกับช้ำอยู่บ้าง โดยเฉพาะบริเวณแก้มและกรอบหน้าแล้วก็ยังมีรอยแผลอยู่หลังหูอยู่ค่ะ ช่วงนี้หน้าจะยังดูไม่เข้าที่แต่สามารถแต่งหน้ากลบได้ ใช้ชีวิตประจำวันออกไปข้างนอกได้ปกติเลย ไม่ได้รู้สึกว่าต้องหลบหรือปิดหน้าตลอดเวลา
หลังทำครบ 1 เดือน
ส่วนตัวดี้รู้สึกว่าแผลเริ่มหายดีตั้งแต่ช่วง 7 วันแรกแล้ว พอมาครบ 1 เดือน รอยแผลผ่าตัดแทบมองไม่เห็นเลย ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ว่าผ่านการดึงหน้ามา เวลาออกไปข้างนอกก็ไม่กังวลแล้วว่าจะมีคนสังเกตเห็นแผล เรื่องอาการบวมต่าง ๆ ก็ยุบไปเกือบหมดแล้ว หน้าดูเข้าที่ขึ้นดูเป็นธรรมชาติขึ้นเรื่อย ๆ
หลังทำครบ 3 เดือน
พอครบ 3 เดือน หน้าดูธรรมชาติขึ้นมากจริง ๆ ค่ะ รอยแผลแทบจะมองไม่เห็นเลย แล้วสิ่งที่ดี้ชอบมากคือการที่ทำดึงหน้าแล้วเติมไขมันเพิ่มเข้าไปด้วย มันช่วยให้หน้าดูมีน้ำมีนวล หน้าไม่โทรม
ดี้รู้สึกเลยว่าหน้าดูเด็กลง ผิวดูอิ่มฟูขึ้นจากเดิม มันไม่ใช่แค่ยกอย่างเดียวแต่เป็นความละมุนความสดใสที่เพิ่มขึ้น ทำให้มองกระจกแล้วรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นทุกวันเลยค่ะ

ความรู้สึกเป็นอย่างไรหลังดึงหน้าครบ 3 เดือน
พอดี้เอารูปตัวเองสมัยก่อนมาดูเทียบกับตอนนี้แล้ว รู้สึกเหมือนได้หน้ากลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนจริง ๆ เลยค่ะ เรื่องแผลคือหลายคนทักมากทั้งคนในครอบครัวและช่างแต่งหน้าที่ทำงานด้วยกัน บอกว่าแผลเนียนแทบมองไม่เห็นเลย ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ว่าผ่านการดึงหน้ามา
ตอนนี้ผิวหน้าดูกระชับขึ้น หน้าอิ่มฟู ดูมีน้ำมีนวลกว่าเดิม ริ้วรอยลดลงเห็นได้ชัด หน้าดูเด็กลงแบบเป็นธรรมชาติ ถ่ายรูปมุมไหนก็มั่นใจ ดี้รู้สึกชอบหน้าตัวเองตอนนี้มาก

เหตุผลที่เลือกทำโปรแกรมดึงหน้ากับหมอสมบูรณ์ ไหวพริบ ที่ APEX
ตอนที่ดี้เข้าไปวิเคราะห์ใบหน้ากับคุณหมอ สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจง่ายมากคือคุณหมอมองปัญหาออกมาตรงกับสิ่งที่ดี้คิดไว้ในใจพอดีเลย เหมือนเราเห็นภาพเดียวกันว่าอยากให้หน้าหลังทำออกมาเป็นแบบไหน พอคุยกันแล้วรู้สึกว่าเข้าใจกัน ก็เลยตัดสินใจเลือกคุณหมอสมบูรณ์ ไหวพริบ (ว. 22713) ค่ะ
คุณหมอแนะนำให้ดี้ทำการดึงหน้าด้วยเทคนิค DFL หรือ Deep Plane Facelift ทั้งบริเวณใบหน้าและลำคอ พร้อมกับยกคิ้วด้วยเทคนิคส่องกล้องปักหมุดช่วยให้ดวงตาดูสดใส นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดถุงใต้ตาเพื่อแก้ ปัญหาความหย่อนคล้อยรอบดวงตา รวมถึงการยกริมฝีปากบนเพื่อให้ช่วงปากดูอ่อนเยาว์ขึ้นและปิดท้ายด้วยการเติมไขมันทั่วหน้า ช่วยเพิ่มความอวบอิ่มไม่ให้หน้าดูตอบหรือซูบจนเกินไป
พอทำทุกอย่างรวมกันแล้ว ดี้รู้สึกว่าหน้าดูสมดุลมากขึ้น ดูเด็กลงแบบเป็นธรรมชาติ และได้ผลลัพธ์ตรงกับภาพที่วาดไว้ตั้งแต่แรกจริง ๆ ค่ะ
ฝากถึงคนที่ยังลังเลอยู่ ว่าควรตัดสินใจอย่างไร
สำหรับใครที่กำลังลังเลอยู่ดี้อยากแนะนำให้ตัดสินใจในช่วงที่อายุยังไม่มากเกินไป ตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงและพร้อมสำหรับการผ่าตัดและที่สำคัญไม่ใช่แค่เรื่องเวลาแต่คือการเลือกแพทย์
ดี้ให้ความสำคัญกับการดูประวัติคุณหมอ ประสบการณ์การทำงานและต้องได้เข้าไปพูดคุยกันจริง ๆ เพื่อดูว่าแนวคิดและผลลัพธ์ที่เราต้องการตรงกับสิ่งที่คุณหมอวางแผนให้เราหรือเปล่า ถ้าคุยแล้วรู้สึกมั่นใจเข้าใจกัน และเชื่อมือได้ แบบนั้นถึงจะตัดสินใจทำได้อย่างสบายใจค่ะ


